วิธีรับมือความโกรธ ค้นหาความจริง ภายใต้ภูเขาไฟชื่อโกรธ

ทำไมคุยกันทีไร โมโห ทะเลาะกันทุกที บางทีความโกรธนั้นอาจไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง แต่มีสาเหตุจากความรู้สึกอื่นในใจจากอดีต ความโกรธประเภทที่สอง เป็นความโกรธที่มีเบื้องหลังจากความรู้สึกอื่นในใจจากอดีต ภายใต้ความโกรธที่แสดงออกมา อาจจะเป็นความอาย เหงา เศร้า เสียใจ กลัว ความไม่เข้าใจกัน รู้สึกถูกดูถูก ทำให้รู้สึกแย่ หรือ ? ค้นหาความเจ็บปวด เสียใจ ภายใต้ ความโกรธ ของคุณ ความโกรธที่เห็นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ออกมาให้เห็น ใต้ภูเขาน้ำแข็งเต็มไปด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้แสดงออกมา วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าความโกรธของคุณถูกกระตุ้นหรือไม่ ก็คือถ้าปฏิกิริยาโต้ตอบของคุณมันเวอร์เกินปกติ เพราะเรื่องนิดเดียว เป็นไปได้ว่ามีอะไรที่มากกว่านั้นภายใต้ความโกรธ  ตรงกันข้ามหากคุณพูดหรือทำอะไรแล้วจู่ ๆ อีกฝ่ายโมโหผิดปกติ อย่าเพิ่งรู้สึกผิด เพราะคุณไม่ใช่ปัญหา แต่ คุณเป็นตัวกระตุ้นเท่านั้นเอง ความจริงเกี่ยวกับ ความโกรธ ส่วนใหญ่แล้ว ความโกรธมักจะถูกกระตุ้นจากความเสียใจ ในอดีต คนที่มีสัมภาระอารมณ์ลากติดตัวไว้ด้วย มักจะถูกกระตุ้นได้ง่าย ความโกรธที่เก็บไว้อาจทำลายสุขภาพ และความสัมพันธ์ได้ หลายครั้งความโกรธ มาจาก จากความเสียใจ ผิดหวังในชีวิตที่คนอื่นทำกับคุณหรือพูดกับคุณ หรือไม่ได้ทำ หรือ…

พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ยอมรับตัวเอง แทน เปลี่ยนแปลงตัวเอง จุดเปลี่ยนในชีวิตฉันเกิดขึ้นเมื่อฉันยอมรับตัวเอง รวมทั้งปัญหาสุขภาพจิตใจที่เป็นอยู่ และค้นพบว่าเมื่อฉันไม่พยายามที่จะหายดี ฉันกลับหายดีเร็วขึ้น เมื่อฉันไม่พยายามลดน้ำหนัก ฉันผอมลง และเมื่อฉันรักตัวเอง ฉันมีพลังมากขึ้นที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง แทนการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะ ไม่ชอบตัวเอง อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะนั่นกลายเป็นการปฏิเธธตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นแรงต้าน แรงถ่วง แรงกดดันที่ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง จนติดอยู่อยู่ในวงจรของความท้อใจ “เมื่อคุณไม่รู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเอง คุณจะไม่เคยรู้สึกดีกับอะไรในชีวิตเลยสักอย่าง แม้แต่ความสำเร็จของคุณ” ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมรับตัวเอง = พลังเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ยั่งยืน แรงจูงใจด้านลบ เพราะไม่ดี พอ จึงอยาก..เลยกลายเป็นแรงกดดัน แรงต้าน ขัดขวาง ไม่ชอบเลย อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง   ถ้าเราเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างแรก โดยลึก ๆ ในใจมาจากความรู้สึกไม่พอใจ ตำหนิตัวเอง ขัดแย้งกับตัวเอง เราจะไม่มีความสุข จนกว่า ….. แรงจูงใจด้านบวก ดีพอแล้ว พอใจแล้ว ตั้งแต่เริ่มต้น เป็นแรงส่งให้ออกตัวได้ไกล ไร้แรงต้านทาน ไร้ขีดจำกัด…

เข้าใจรากลึก ๆ ของความวิตกกังวล

บนเส้นทางการต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตใจ ความวิตกกังวล เครียด กลัวและแพนิคของฉันนั้น ฉันได้ค้นพบรากลึก ๆ ของปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตใจ วันหนึ่งฉันเล่าให้เพื่อนที่เป็นโค้ชฟังว่าเพิ่งไปทำกิจกรรมวาเลนไทน์กับเด็ก ๆ มา ทุกคนแฮปปี้หมด แต่ฉันกลับไม่แฮปปี้เท่าไร ที่จริงแล้วทุกครั้งที่ฉันทำงาน หรือทำอะไรก็ตาม ฉันมักจะรู้สึกกระวนกระวายใจ เครียด  กลัวว่าจะทำงานเสร็จไม่ทัน กลัวจะทำผิดพลาด กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี ฉันเลยพยายามหนักมาก ใช้เวลาในการทำงานจนดึกดื่นเพื่อให้งานออกมาดี ฟังดูแล้วก็เป็นคุณสมบัติที่ดี นะ work hard แต่วันนั้นโค้ช แค่ถามว่าทำไม เลยเปิดประเด็นให้ค้นหา ถามตัวเองว่านั่นสิ ทำไม อะไรที่ทำให้ฉันต้องพยายามหนักมากไปทุกเรื่อง ทั้งการทำงาน และแม้แต่จัดปาร์ตี้วาเลนไทน์ ตั้งคำถามกับตัวเอง สาเหตุลึก ๆ ที่เป็นตัวผลักดันให้ฉันทำงานหนัก เพราะลึกลงไปในใจ ฉันคิดว่าฉันยังไม่ดีพอ ยังไม่เก่งพอ เลยต้องพยายามมากขึ้น ทำมากขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอ เก่งพอ นั่นคือ ความรู้สึกว่า “ยังไม่….พอ” หรือที่เรียกว่า ความละอายใจ (SHAME) นั่นเอง  ความรู้สึกนี้ยังเป็นแรงกดดันให้ฉันกลายเป็นคนบ้างาน (workaholics)…

วิธีรับมือความกลัว วิตกกังวล

รู้จักความกลัว 2 ประเภท 1. ความกลัวที่ดี (Healthy Fear) หรือปัญหาจริง ความกลัวประเภทนี้เกิดจากภัยคุกคามจริง และจะหายไปเมื่อผ่านพ้นไป ความกลัวเป็นเหมือนรั้วป้องกัน เพื่อปกป้องเรา ไม่ใช่รั้วขวางกั้น หรือขังเราไว้ ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสียทีเดียว เราถูกสร้างมาให้มีความกลัว เพื่อปกป้องเราจากอันตราย จะได้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงอันตราย โดยเฉพาะตอนเด็ก ๆ เราจะเรียนรู้วิธีจัดการกับความกลัวจากพ่อแม่ ครู และช่วงวัยเด็ก การจัดการกับความกลัว รวมทั้งการวิตกกังวลเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องพัฒนา เพื่อไม่ให้ขี้กลัวจนเกินไป หรือ ท่วมท้น เช่น กลัวการข้ามถนน ขึ้นบันได และเรียนรู้จากพ่อแม่ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย หรือกังวลว่าจะสอบตก ก็จะทำให้เรารู้จักที่จะเตรียมตัวก่อนสอบ หรือ กลัวตกเครื่องบิน ก็จะทำให้เราเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง 2. ความกลัวที่ไม่ดี (Unhealthy Fear) หรือความกลัวที่คิดไปเอง  มักจะเป็นความคิดกลัวที่คิดล่วงหน้าไปเอง คิดว่าจะมีเหตุร้าย ภัยคุกคาม เกิดขึ้น โดยยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริงแต่เป็นการคาดการณ์แบบติดลบ เช่น กลัวเจ็บป่วย กลัวอุบัติเหตุ กลัวตกเครื่องบิน กลัวล้ม กลัวว่าจะเกิดขึ้นอีก โดยทั่วไปมักจะกลัวจนกว่าความคิดว่าจะมีภัยคุกคาม…

รักษาปัญหาจิตใจแบบองค์รวมกับพระเจ้า

Body, Soul, and Spirit ฉันมีอาการเครียดจากการทำงานมานานหลายปี จนปี 2543 ฉันถูกวินิจฉัยว่ามีอาการแพนิค ที่มาจากวิตกกังวลและซึมเศร้า พอทานยาก็อาการดีขึ้นมาก ต่อมาในปี 2552 ฉันเสียสามีกระทันหันจนเศร้าโศก สิ้นหวัง ตอนนั้นยาก็ไม่ช่วยอะไร วันหนึ่งฉันท่องอินเทอร์เน็ตและพบคำอธิษฐานสำหรับคนเป็นโรคซึมเศร้า ฉันอธิษฐานสุดหัวใจจากใจที่สิ้นหวัง ท้อแท้ เช้าวันรุ่งขึ้นอาการฉันดีอย่างอัศจรรย์และเริ่มมีประสบการณ์รู้จักพระเจ้ามากขึ้น จากที่สิ้นหวัง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็ลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อไปได้ เรียกว่าพระคุณ ความรักของพระเจ้าให้ชีวิตใหม่กับฉันจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันมีสันติสุขในใจที่โลกนี้ให้ไม่ได้ อาการต่าง ๆ หายไป มีความสุข ยิ้มได้ นอนหลับ รวมทั้งความเศร้าโศกจากการสูญเสียก็ได้รับการปลอบใจ ผ่านไปนานหลายปี จนวันหนึ่งใน ช่วงปลายปี 2561อยู่ ๆ ฉันกลับมีอาการแพนิคอีก รีบวิ่งไปหาหมอด้วยความกลัวและตกใจ แพนิคครั้งนี้มีประสบการณ์แล้ว หลังจากครั้งแรกถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรควูบ หาหมอหัวใจ คราวนี้คุณหมอส่งฉันไปหาหมอหูคอจมูก แต่ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น ฉันจึงพาตัวเองไปพบคุณหมอจิตแพทย์  คุณหมอผู้น่ารักของฉันเป็นคริสเตียนด้วยเลยคุยกันได้ทุกเรื่อง วันหนึ่งระหว่างไปหาหมอที่โรงพยาบาล ฉันรู้สึกน้อยใจ และสงสัยว่าทำไมพระเจ้าไม่รักษาฉันแบบครั้งแรก แล้วทำไมฉันกลับมาเป็นอีกในขณะที่คิดแบบนั้นอยู่ในใจ ฉันได้ยินพ่อพูดกับฉันว่า ฉันแสวงหา healing หรือ…

ภาษา (รัก) ปลดล็อกปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว

ตอนเด็กฉันตกหลุมรักภาษาอังกฤษจากเพลงและหนัง เลยฝันอยากมีแฟนเป็นฝรั่ง พอโตขึ้นฉันก็พบรักกับหนุ่มต่างชาติจริง ๆ  แต่กลายเป็นแขกอินเดียนะ คู่รักต่างชาติอย่างเราก็มีปัญหาคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจบ้าง ฉันมักจะงอนฮันนี่ของฉันเพราะเค้าฟังสำเนียงภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ ของฉันไม่รู้เรื่อง (สักที) แล้ววันหนึ่งฉันก็มีโอกาสได้รู้จัก ภาษารัก ฉันจึงเริ่มเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของเราสองคน เฮ้อ รู้งี้เอาเวลาไปเรียนภาษารัก แทน ภาษาอังกฤษตั้งนานแล้วดีกว่า ภาษารักคืออะไร สำคัญอย่างไร ความรักก็มีภาษาในการสื่อสารนะ เรียกว่า ภาษารัก เราแต่ละคนล้วนมีภาษารักที่แตกต่างกัน ภาษาที่คุณใช้ในการแสดงความรักอาจแตกต่างจากภาษาของอีกฝ่าย เหมือนพูดกันคนละภาษา คนนึงพูดภาษาไทย แต่อีกคนพูดภาษาอังกฤษ เลยไม่เข้าใจกัน ทั้งที่อีกฝ่ายก็พยายามที่จะทำดีที่สุด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยรับรู้ถึงความรักนั้นเลย ถังรักของเราจึงว่างเปล่า เราต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักภาษารักของกันและกันจะได้แสดงความรักได้ถูกต้องตามที่อีกฝ่ายต้องการ   ภาษารัก 5 ภาษา 1.  คำพูด         2.     เวลาคุณภาพ       3    ของขวัญ          4   ทำบางสิ่งบางอย่างให้          5.  สัมผัสทางกาย ภาษารักกับชีวิตคู่ หลังแต่งงานฮันนี่ไม่ค่อยได้บอกรักฉันเหมือนก่อนแต่ง  แต่ว่าฉันชอบให้ฮันนี่บอกรักบ่อย ๆ โดยไม่เคยเบื่อเลย ฮันนี่ชอบพูดว่า…

Let’s Talk about Love

วาเลนไทน์ไม่ใช่สำหรับคู่รักเท่านั้นนะ มารู้จักความรัก 5 ประเภท ขอพูดถึงความรักเนื่องในโอกาสวันแห่งความรัก หน่อยนะ ตอนวัยรุ่นก็จะนึกถึงแต่รักแบบคนมีคู่ มีแฟน พอไม่มีก็รู้สึกเหี่ยวเฉาในวันวาเลนไทน์ หลังผ่านฤดูกาลของชีวิตมาหลายซีซั่น ฉันก็เข้าใจความรักในมุมมองใหม่ เรามีถังรักในหัวใจ วันหนึ่งฉันได้ยินเป็นครั้งแรกว่า หัวใจของเราถูกออกแบบมาให้ต้องการความรัก เป็นเรื่องปกติที่เราโหยหาต้องการความ รัก ต้องการความใกล้ชิดสนิทสนม ต้องการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็เพราะเราถูกสร้างมาพร้อมกับถังรักนั่นเอง “ภายในจิตใจของเด็กทุกคนมี ‘ถังเปล่า’อยู่ใบหนึ่ง รอคอยที่จะได้รับการเติมเต็มด้วยความรัก เมื่อเด็กรู้สึกว่าเป็นที่รัก ก็จะเติบโตขึ้นโดยมีพฤติกรรมปกติ แต่ถ้าถังบรรจุรักนั้นว่างเปล่า เด็กก็จะเริ่มทำตัวไม่ดี ส่วนใหญ่ความประพฤติที่ไม่ดีของเด็กจะมีสาเหตุมาจากความรู้สึกโหยหาที่เกิดจากการที่ ‘ถังบรรจุรัก’ นั้นว่างเปล่า” ดร. รอส แคมพ์เบลล์ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กล่าวไว้ รักคือ… ความรักคือการรับและให้ ไม่ใช่แค่การให้ฝ่ายเดียว โดยไม่หวังผลตอบแทน ความสัมพันธ์ที่ดีต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้และรับจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโต ยั่งยืน และได้รับความสุขความพอใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ถ้าคุณเป็นผู้ให้ฝ่ายเดียววันหนึ่งถังรักของคุณก็จะว่างเปล่าจนไม่เหลือที่จะให้ใครอีกเลย ในแต่ละฤดูกาลของชีวิต บางครั้งคุณอาจเป็นผู้ให้ แต่อย่าลืมที่จะเป็นผู้รับ หรือหาวิธีดูแลเติมถังรักของคุณให้เต็มด้วยนะ ต้นรัก 5 ประเภท ที่หัวใจเราต้องการ ตอนวัยรุ่นฉันก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปที่โหยหาความรักแบบโรแมนติก จนลืมให้ความสำคัญกับความรักในรูปแบบอื่น หลายปีก่อน ฉันได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับความรักประเภทต่าง…

อยากหาย ไม่อยากกังวล ซึมเศร้า แพนิค ต้องอ่าน

ประสบการณ์จริงจาก วิตกกังวล ซึมเศร้า แพนิค และหมดไฟ หนูคิดว่าหนูเป็นเด็กมีปัญหาทางอารมณ์แต่กลายเป็นว่าอารมณ์ของหนูสำคัญนะ ทุกการเดินทางมีจุดเริ่มต้น จุดหมายปลายทาง และแผนที่ เริ่มจากอยากเข้าใจโรคที่ตัวเองเป็นจะได้หาย เกือบสองปีที่แล้ว จู่ ๆ กลับมามีอาการคล้าย ๆ แพนิค ไปหาหมอแต่คราวนี้หมอส่งไปหาคุณหมอหู ทานยาแต่ไม่ดีขึ้น ก็คิดว่ารู้แล้วว่าเป็นอะไรจึงไปหาคุรหมอจิตแพทย์ หลังจากที่เมื่อกว่าสิบปีก่อน ไม่รู้อะไรเลย และถูกวินิจฉัยผิด หมอคิดว่าหนูเป็นโรคหัวใจ ให้ชื่อมายาวมากว่าเป็นโรควูบ (syncope) สามเดือนผ่านไปก็ไม่ดีขึ้น เลยไปหาความคิดเห็นที่สอง จนมาเจอหมอตัวจริงรักษาถูกอาการคือวิตกกังวลและซึมเศร้าจนเป็นแพนิค บนเส้นทางที่จ่ายราคาแพงนี้ อยากเขียนเพื่อย้อนมอง ทบทวน สิ่งที่เรียนรู้ เก็บตก ระหว่างทาง จากวันนั้นถึงวันนี้ การเดินทางครั้งนี้ช่วยให้หนูค้นพบหลายสิ่งหลายอย่าง ร่วมเดินทางผจญภัยสุดขอบโลกกับหนูเลยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นภาวะ วันหนึ่งระหว่างคุยกับคุณหมอจิตแพทย์ที่น่ารัก “หนูอยากหาย ต้องทำยังไงบ้างค่ะ” หนูจะเป็นเด็กดี เชื่อฟัง ทำตาม… คุณหมอฟังอยู่นานจนสุดท้ายพูดนุ่ม ๆ ว่า “มันเป็นภาวะค่ะ” เลยกลับมาตามล่าหาความจริง ภาวะอารมณ์ มีขึ้น-ลงได้ มีสองด้าน ทั้งบวกและลบ ไม่ใช่ต้องหายขาดแบบโรคอื่น ๆ…